ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

วงจรที่ 1 กับวงจรที่ 2 ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้านที่จะติดตั้ง EV Charger

โดย ทีมช่าง EV Easy · เผยแพร่

ภาพประกอบ: ตู้ไฟบ้านและมิเตอร์ แสดงการแยกวงจรสำหรับเครื่องชาร์จ

วงจรที่ 1 คือการเดินสายตรงจากตู้เมนหลักไปที่เครื่องชาร์จ เหมาะกับบ้านที่มีมิเตอร์ขนาด 5/100 หรือ 30/100 ขึ้นไปและต้องการชาร์จด้วยกำลังไฟสูงสุด ส่วนวงจรที่ 2 แยกวงจรเครื่องชาร์จออกจากไฟในบ้านโดยไม่ต้องขยายมิเตอร์ เหมาะกับบ้านทั่วไป และทั้งสองแบบใช้ RCD Type B กับระบบสายดินตามมาตรฐานเหมือนกัน

การติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านไม่ใช่แค่การยึดเครื่องเข้ากับผนัง เครื่องชาร์จดึงไฟต่อเนื่องหลายชั่วโมงในแต่ละครั้ง จึงต้องมีระบบไฟที่รองรับได้อย่างปลอดภัยตั้งแต่ต้น EV Easy Thailand แนะนำรูปแบบวงจรไฟฟ้า 2 แบบ เพื่อให้เหมาะกับบ้านแต่ละหลัง คู่มือนี้สรุปความต่างของทั้งสองแบบไว้ในที่เดียว โดยเรียบเรียงจากบทความ วงจรที่ 1 และ วงจรที่ 2 ของทีมช่าง พร้อมตัวอย่างงานติดตั้งจริง

วงจรที่ 1 และวงจรที่ 2 ต่างกันตรงไหนบ้าง?

หัวข้อ · วงจรที่ 1 · วงจรที่ 2
หัวข้อวงจรที่ 1วงจรที่ 2
เหมาะกับบ้านมิเตอร์ 5/100 หรือ 30/100 ขึ้นไปบ้านทั่วไป ไม่ต้องขยายมิเตอร์
การเดินสายสายตรงจากตู้เมนหลักถึงเครื่องชาร์จแยกวงจรเครื่องชาร์จออกจากไฟบ้านเดิม
เบรกเกอร์หลักตู้เมนรองรับโหลดรวมสูง อาจต้องใช้ 80A ขึ้นไปเบรกเกอร์หลัก 50A
เบรกเกอร์ย่อยเฉพาะเครื่องชาร์จ40A40A
ขนาดสายไฟ35 sq.mm ขึ้นไป16 sq.mm
ระบบป้องกันไฟรั่วRCD Type BRCD Type B
ระบบสายดินมีมี (Ground Rod)

ตัวเลขในตารางมาจากบทความวงจรที่ 1 และวงจรที่ 2 ที่ทีมช่างเผยแพร่ไว้ ขนาดอุปกรณ์จริงของแต่ละบ้านอาจต่างจากนี้ ขึ้นกับผลสำรวจหน้างาน เช่น ระยะเดินสาย ขนาดตู้ไฟเดิม และกำลังของเครื่องชาร์จที่เลือก

วงจรที่ 1 เหมาะกับใคร?

วงจรที่ 1 (Maximum Safety & Power Circuit) เหมาะกับบ้านที่มีกำลังไฟพร้อมจ่ายสูง หรือวางแผนใช้รถ EV ในระยะยาว ออกแบบมาเพื่อรองรับการชาร์จด้วยกำลังไฟสูงสุดของเครื่อง ตามจำนวนเฟสของบ้าน ทั้ง 1 เฟสและ 3 เฟส หัวใจของวงจรนี้คือการเดินสายตรงจากตู้เมนหลักของบ้านไปยังจุดติดตั้งเครื่องชาร์จโดยเฉพาะ เปรียบเหมือนช่องทางด่วนที่กระแสไฟไหลไปที่เครื่องชาร์จโดยไม่รบกวนวงจรอื่นในบ้าน

วงจรนี้ใช้สายไฟขนาดใหญ่พิเศษ 35 sq.mm ขึ้นไป เพื่อลดความร้อนสะสมในสายเมื่อดึงไฟสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน และติดตั้งเบรกเกอร์ย่อย 40A แยกเฉพาะเครื่องชาร์จเป็นด่านแรกในการปกป้องตัวเครื่อง ตัวอย่างงานจริงคือ Model U Gen 2 7.4 kW วงจรที่ 1 พร้อม DLB เขตสายไหม และ งานติดตั้งวงจร 1 พร้อมตู้เก็บและ Model U

วงจรที่ 2 เหมาะกับใคร?

วงจรที่ 2 (Standard Setup) ถูกพัฒนาให้เป็นทางเลือกมาตรฐานสำหรับบ้านทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมารับโหลดสูงตั้งแต่แรก จุดเด่นคือไม่ต้องขยายมิเตอร์ ไม่ต้องเดินระบบมาก แต่ยังแยกวงจรเครื่องชาร์จออกจากระบบไฟเดิมอย่างชัดเจน ช่วยลดผลกระทบต่อไฟในบ้าน ป้องกันไฟตกเมื่อใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดพร้อมกัน

  • เบรกเกอร์หลัก 50A คุมภาพรวมของโหลดไฟทั้งบ้าน
  • เบรกเกอร์ย่อย 40A เฉพาะเครื่องชาร์จ ทำให้ระบบชาร์จเสถียร ไม่รบกวนวงจรอื่น
  • สายไฟขนาด 16 sq.mm รองรับการจ่ายไฟต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยไม่เกิดความร้อนสะสม
  • ระบบสายดินตามมาตรฐาน (Ground Rod) ระบายกระแสผิดปกติลงดิน
  • RCD Type B ป้องกันไฟรั่วทั้งแบบ AC และ DC

ในผลงานที่เผยแพร่บนเว็บนี้ งานที่ระบุว่าเป็นวงจรที่ 2 มีมากกว่าวงจรที่ 1 ตัวอย่างเช่น Model U Gen 2 7.4 kW วงจรที่ 2 เขตหลักสี่ Model Q 7kW วงจรที่ 2 พร้อมตู้เก็บ จังหวัดปทุมธานี และ Model U Gen 2 วงจรที่ 2 พร้อมตู้เก็บรุ่น Max

ทำไมทั้งสองวงจรต้องใช้ RCD Type B?

ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอาจเกิดกระแสตรง (DC) รั่วออกมา ซึ่ง RCD ทั่วไปตรวจจับไม่ได้ RCD Type B ถูกออกแบบมาให้ตรวจจับกระแสไฟรั่วได้ทั้ง AC และ DC จึงเป็นมาตรฐานที่ทีมงานใช้ในทุกวงจร คำถามที่พบบ่อยของเราแนะนำให้ใช้เบรกเกอร์ 40A พร้อม RCD Type B สำหรับเครื่อง 32A (7.4 kW หรือ 22 kW) และเบรกเกอร์ 20A พร้อม RCD Type B สำหรับเครื่อง 16A (11 kW หรือเครื่องพกพา 16A) อ่านเพิ่มใน ระบบกันดูด RCD คืออะไร

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมีจำหน่ายที่หน้าสินค้า

ถ้ามิเตอร์บ้านเล็ก ควรเลือกวงจรไหน?

บทความวงจรที่ 1 ของทีมช่างระบุไว้ว่า สำหรับบ้านที่มิเตอร์ขนาดเล็ก เช่น 15/45 วงจรที่ 2 คือทางเลือกที่ได้มาตรฐานและยืดหยุ่นกว่า แต่ต้องพิจารณาร่วมกับกำลังของเครื่องชาร์จด้วย ข้อมูลจากคำถามที่พบบ่อยระบุว่า มิเตอร์ 15/45 รองรับกระแสต่อเนื่องได้ราว 20A ซึ่งอาจไม่พอสำหรับเครื่อง 32A และเสี่ยงที่มิเตอร์จะตัด ทีมช่างจึงสำรวจหน้างานก่อนทุกครั้ง แล้วเสนอทางที่ปลอดภัย เช่น เปลี่ยนมิเตอร์ ปรับกำลังเครื่อง หรือใช้เครื่องที่มีระบบจัดการโหลด อ่านเพิ่มใน DLB คืออะไร และ ติดตั้งเครื่องชาร์จ EV ต้องใช้มิเตอร์ไฟขนาดไหน

ติดตั้งแล้วมีการรับประกันงานไหม?

มี งานติดตั้งของ EV Easy ระยะประกันขึ้นกับรุ่นสินค้า ดูระยะประกันของแต่ละรุ่นได้ที่หน้าสินค้านั้น แยกจากการรับประกันตัวเครื่องชาร์จ ซึ่งระยะเวลาขึ้นกับรุ่น (ดูได้ที่หน้าสินค้าแต่ละรุ่น) หลังติดตั้ง ทีมงานตรวจสอบระบบไฟและทดสอบการชาร์จกับรถของลูกค้าก่อนส่งมอบ

สรุป: เลือกวงจรอย่างไร?

ถ้าบ้านมีมิเตอร์ 5/100 หรือ 30/100 ขึ้นไป และต้องการชาร์จด้วยกำลังสูงสุดในระยะยาว วงจรที่ 1 ให้ความมั่นคงสูงสุด ถ้าเป็นบ้านทั่วไปที่ไม่อยากขยายมิเตอร์ วงจรที่ 2 ปลอดภัย ใช้งานได้จริง และเป็นแบบที่บ้านส่วนใหญ่เลือก ทั้งสองแบบใช้ RCD Type B และสายดินตามมาตรฐานเหมือนกัน วิธีที่แน่นอนที่สุดคือให้ทีมช่างสำรวจหน้างาน ดูขั้นตอนและรูปแบบการติดตั้งทั้งหมดได้ที่หน้า บริการติดตั้ง หรือเลือกเครื่องชาร์จที่เหมาะกับวงจรได้ในคู่มือ เลือกเครื่องชาร์จ 7.4, 11 หรือ 22 kW

อยากรู้ว่าบ้านคุณติดตั้งรุ่นไหนได้

เครื่องชาร์จที่เหมาะกับแต่ละบ้านขึ้นกับขนาดมิเตอร์ สภาพตู้ไฟเดิม และระยะจากตู้ไฟถึงจุดจอดรถ ไม่ใช่แค่ดูจากรุ่นรถอย่างเดียว ส่งรูปตู้ไฟกับจุดจอดรถมาทาง LINE ทีมงานช่วยประเมินเบื้องต้นให้ก่อนได้ หรือดูรูปแบบการติดตั้งทั้ง 4 แบบพร้อมข้อดีข้อเสียได้ที่หน้าบริการติดตั้ง

อ่านต่อ

สอบถามทีมงานได้ที่ 093-359-2207 หรือ LINE @eveasy

สอบถามผ่าน LINE(เปิดแอป LINE ในแท็บใหม่)

เราใช้คุกกี้เพื่อให้เว็บทำงานได้ตามปกติ และหากคุณยินยอม จะเปิดกล่องเพจ Facebook และเครื่องมือวัดผลการใช้งานและโฆษณา (เช่น Google Analytics · Meta Pixel เมื่อเปิดใช้) เพื่อปรับปรุงเว็บให้ดีขึ้น นโยบายความเป็นส่วนตัว